หากมองเพียงแค่เรทราคาแน่นอนว่าบุหรี่จริงย่อมมีราคาที่ถูกกว่าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแน่นอน แต่ถ้ามาพูดถึงความคุ้มค่ากับการใช้งานของทั้งบุหรี่จริง และบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว บุหรี่จริงหนึ่งมวนจะสามารถสูบได้เพียงหนึ่งครั้ง และสำหรับคนที่สูบบุหรี่จัดๆ หนึ่งตัวคงตอบสนองความต้องการได้ไม่สุดจิตถึงใจอย่างแน่นอน บางครั้งหนึ่งวันรวมๆแล้ว สูบมากกว่าหนึ่งซองซะอีก แต่ตัดมาที่บุหรี่ไฟฟ้าการซื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าโดยเราขอยกตัวอย่างเป็นบุหรี่ไฟฟ้าชนิดรูปแบบ Pod System ที่ใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบ Salt Nic ซึ่งจะมีปริมาณอยู่ที่ประมาณ 30 มิลลิลิตร ราคาจะตกอยู่ที่ประมาณ 250 ( อาจมีราคาถูกกว่านี้ขึ้นอยู่กับเรท ) ซึ่งหนึ่งขวดมี 30 มิลลิลิตร ใส่ในพอดโดยพอดบุหรี่ไฟฟ้าจะจุได้ราวๆ 2 มิลลิลิตร เมื่อให้คนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าจัดๆ มาใช้งานการเติมหนึ่งครั้งสามารถสูบได้ประมาณครึ่งวันเลยทีเดียว

เราจะเห็นได้ว่านักสูบที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จะซื้อน้ำยา และบุหรี่ไฟฟ้ามาครั้งเดียว และใช้ยาวๆ แต่จะมีซื้อคอยล์ หรือน้ำยามาเปลี่ยนบ้าง กรณีที่คอยล์ไหม้ หรือชินกับกลิ่นของน้ำยา แต่เชื่อเลยว่าการลงทุนกับการจ่ายครั้งเดียวของบุหรี่ไฟฟ้านั้น มีความคุ้มค่ามากกว่าบุหรี่จริงอย่างแน่นอน แต่อาจจะมีนักสูบบางท่านมาบอกอีกได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้น ต้องมีเงินเยอะถึงจะซื้อได้ ซึ่งจริงๆ แล้วนั้น บุหรี่ไฟฟ้าก็มีอยู่หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีเรทราคาที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็มีบุหรี่ไฟฟ้าอยู่หนึ่งประเภทที่ราคาต่ำกว่าที่เรายกตัวอย่าง นั่นก็คือบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งที่เติมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ และชาร์จไฟไม่ได้ แต่ก็ให้อรรถรส และอารมณ์ที่เหมือนสูบบุหรี่จริงอยู่ โดยหนึ่งแท่งก็สามารถสูบได้ประมาณ 1200-1600 คำเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นการจ่ายที่ยังดูคุ้มค่ากว่าบุหรี่จริงอยู่ดี

ดังนั้นแล้ว หากจะสรุปก็คงจะต้องขอสรุปในแบบชัดเจนว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีส่วนที่มีภาษีดีกว่าบุหรี่มวนตรงที่สามารถสูบได้นานกว่า ความถี่ในการซื้อน้อยกว่า แต่ก็มาพร้อมกับข้อให้ติ ในเรื่องของนิโคตินที่อาจไม่ถึงใจสายสูบ และลงทุนมากกว่าในระยะแรก ซึ่งบุหรี่จริงจะมีอัตราการจ่ายที่คงที่กว่าซื้อถี่กว่าแต่หากรวมยอดต่อเดือนแล้ว ก็สามารถซื้อบุหรี่ไฟฟ้าดีๆ ได้ตัวหนึ่งเลยก็เป็นได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้สูบ ว่าจะสะดวกใช้งานรูปแบบไหนมากกว่ากันนั่นเองครับ